อยากชนะ google ต้องชนะใจลูกค้าก่อน

อยากชนะ google ต้องชนะใจลูกค้าก่อน

 

 

ถ้าคุณต้องการทำการตลาดบนออนไลน์ โดยใช้ระบบ search engine คุณต้องรู้สิ่งนี้ ที่เป็นความรู้แก่นหรือความรู้เที่ยงของการตลาด โดย SEM นั่นคือ การจะเป็นผู้ชนะ ทำอันดับที่ดีในการค้นหาบน google ได้นั้น คุณต้องเอาชนะใจลูกค้าของคุณก่อน เพราะแน่นอนว่าคนที่นำเงินมาให้คุณไม่ใช่ google แต่เป็นลูกค้าของคุณ google เป็นเพียงเครื่องมือตัวกลางที่จะพาลูกค้าของคุณมาเจอคุณ ดังนั้นคนที่คุณควรให้ความสนใจมากๆ ไม่ใช่ AI ของ google ชอบอะไร แต่สิ่งที่คุณควรจะโฟกัสคือ พฤติกรรมการเสิร์ชของลูกค้าของคุณ 
google พยายามพัฒนา AI เพื่อทำระบบ search engine ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด ใช้ระยะเวลายาวนานมากกว่า 2 ทศวรรษ ก็เพื่อความเข้าใจในมนุษย์ผู้ใช้งาน google ให้มากที่สุด ในเมื่อเราเป็นเจ้าของธุรกิจ จำเป็นที่ต้องรู้ใจและเอาชนะใจลูกค้า ทำไมเราถึงมองข้ามจุดสำคัญ เพราะไม่มี AI ที่จะเข้าใจลูกค้าของเราได้ดีเท่ากับเจ้าของธุรกิจ อยู่แล้วจริงไหมคะ?

ในการทำ seo ยุคแรกๆ นัก seo หลายคนตั้งเป้าหมายเพื่อต้องการจะเอาชนะ google และเพื่อบังคับให้ติดอันดับด้วยคีย์เวิร์ดที่เหล่านัก seo เป็นผู้กำหนดแบบค่อนข้างเจาะจง (โดยอาจอ้างอิง สถิติเสิร์ชจาก google tool ว่าเป็นคีย์ที่คนคีย์เข้ามาเยอะที่สุด) หลายคนกำหนดคีย์เวิร์ดทำ seo ติดอันดับเเรกๆ ของหน้า google แต่พบว่า ยอดขายไม่ดี เพราะไม่รู้ใจลูกค้า แต่ google จะเข้าใจและมีข้อมูลคีย์เวิร์ดต่างๆ ที่ลูกค้าของคุณใช้ให้เลือกทำ ซึ่งคุณจะพบว่า ชุดคีย์เวิร์ดเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงตลอดตามผู้ใช้งาน 
แน่นอนว่า AI ของ google กำลังพัฒนามาเรื่อยๆ เพื่อจุดประสงค์เดียวคือ การเอาชนะใจผู้ใช้งาน แต่ในช่วงแรกๆ AI อาจยังไม่เก่งพอ นัก seo หลายคนจึงดูเหมือนว่า เอาชนะ google ได้ ซึ่งก็ได้จริงๆ แต่มันเป็นแค่ช่วงระยะหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ตลอดไป

การทำ seo แบบเอาชนะ google ด้วยคีย์เวิร์ดเดียว ก็ดักรอลูกค้าอยู่ที่ประตูเดียว แต่ถ้าคุณเน้นเอาชนะใจลูกค้า กระจายติดอันดับทุกคีย์ที่ลูกค้าของคุณใช้ ก็ดักรอลูกค้าอยู่ทุกประตูที่เค้าจะเปิดเข้าไป อย่างหลังนี้ ดีกว่า จริงไหมคะ? ซึ่งครูนุชเข้าใจสิ่งนี้ดีมาตั้งแต่เริ่มแรกที่รู้จัก google เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วที่เริ่มรับทำ seo ให้ลูกค้า จึงมีแพคเกจ seo ที่ไม่มีผู้ให้บริการรายอื่นทำ นั่นคือ SEO Overall ที่เป็นแพคเกจแบบครอบคลุมคีย์เวิร์ดที่คนคีย์เยอะๆ โดยการันตีการติดอันดับเป็นชุดคีย์ที่กำหนด(ค่อนข้างเจาะจงคีย์) เเต่เดิมแพคเกจนี้ก็ยังไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ใช้งานอย่างแท้จริงมากนัก เพราะการใช้งานจริงนั้น ลูกค้าของคุณจะไม่ใช้คีย์เวิร์ดเดิมๆ ตลอดเวลา และเมื่อลูกค้าเสิร์ชด้วยคีย์เวิร์ดเดิมซ้ำอีก แปลว่า ลูกค้าอาจต้องการผลลัพธ์ใหม่ที่ใช่มากกว่าผลลัพธ์เดิม นี่คือ แก่นพฤติกรรมของลูกค้าของคุณ และเป็นสิ่งที่ google พยายามเข้าใจ  ซึ่งแน่นอนว่า AI ของ google ต้องรู้ตรงนี้ให้ได้ และเป็นข่าวดีว่า ปี 2563 นี้ AI ได้พัฒนาสำเร็จแล้ว จากการเริ่มต้นปล่อย natural language processing – NLP และ BERT ออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว

นัก seo หลายคนมองว่าเป็นวิกฤติที่เราไม่สามารถควบคุม google ให้ติดด้วยคีย์เดิมๆ ได้ แต่คุณจะพบว่า ในสิ่งที่คุณมองว่าเป็นวิกฤติ ถ้าคุณเปลี่ยนเป้าหมายจากการเอาชนะ google มาเป็นการเอาชนะใจลูกค้าของคุณเอง คุณจะรู้เลยว่า หากคุณมีความรู้ในการทำ seo ให้ธุรกิจของคุณติดอันดับอยุ่บน google ได้ นั่นจะเป็นการทำการตลาดที่ได้ผลลัพธ์และยอดขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ที่คุณรู้จักกับ google มานานกว่า 2 ทศวรรษ  เพราะลูกค้าที่เข้ามาเสิร์ชจะได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจและตรงตามความต้องการมากที่สุด เราไม่จำเป็นต้องตามอัปเดตข่าวสารที่เกี่ยวกับการปรับอัลกอริทึมของ google ถ้าใช้ความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

ปัญหาของการศึกษา seo ไม่ได้มาจากสาเหตุของความรู้ไม่ทันต่อการอัปเดตของ google เเต่มีหลากหลายปัจจัยมากมายเพียงต้องการเอาชนะ google ดังนั้นวิธีการกลับมามองสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่สุด คุณควรชนะใจลูกค้ามากกว่าพยายามที่จะเอาชนะ google แล้วติดด้วยคีย์ที่คุณเองเป็นผู้กำหนด แต่ควรติดด้วยคีย์ที่ลูกค้าเป็นผู้กำหนด จริงไหมคะ? ดังนั้นการเรียนรู้ google จึงไม่ใช่การติดตามข่าวการอัปเดตอัลกอริทึมของ google ซึ่ง AI มีวิธีการทำงานเเบบตลอดเวลา มีการปรับอัลกอริทึมทุกรายชั่วโมง แต่สิ่งที่คุณควรกำหนดเป้าหมายคือ ลูกค้าของคุณหาวิธีแก้ปัญหาอะไรอยู่ แล้วคุณก็ใช้วิธีทาง seo ไปดักรอแก้ปัญหาให้กับลูกค้าของคุณอยุ่บน google

google ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องเอาชนะ แต่ google คือ partner ที่ทำงานร่วมกันกับคุณ เพื่อเอาชนะใจลูกค้าของคุณ ดังนั้นแพคเกจ seo over all ของทางบริษัทเราในปี 2563 จึงได้มีการปรับเเพคเกจให้กำหนดคีย์เวิร์ดตามลักษณะการใช้งานของลูกค้าเสิร์ชหาข้อมูลอย่างแท้จริง โดยการันตีเป็นชุดแนวคีย์เวิร์ดที่ลูกค้าของคุณจะเข้าเสิร์ชหามากที่สุด ไม่ใช่การเจาะจงเป็นชุดคีย์แบบเดิมๆ สิ่งสำคัญที่สุด คุณควรเข้าใจว่าการทำ seo ตามใจผู้ใช้งานบน google ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับ google ไม่ใช่การทำ seo เพื่อบังคับ AI แบบตามใจของเราเหมือนอย่างเช่นที่ผ่านมา โดยไม่คำนึงถึงผู้ใช้งาน ดังนั้นควรใช้บริการ adword จ่ายเงินติดอันดับเลยดีกว่ามั๊ย??  มาดู ข้อแตกต่างระหว่าง seo กับ adword กัน

ข้อแตกต่างมีหลายสิบข้อ เดี๋ยวครูนุชจะรวบรวมให้อีกทีในบทความต่อไป แต่ในบทความนี้ขอยกมา 1 บท ที่เกี่ยวข้องกับผลลัพธ์แบบระยะยาว
เป้าหมายหลักของ google ทำเพื่อเอาใจคนใช้งานในส่วนที่เสิร์ชหาข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกับ seo เพื่อเก็บเงินจากผู้คนที่ใช้บริการ adword 
ในส่วนของ seo จึงเหมือน content ที่ดึงให้คนเข้าใช้ google เหมือนวีดีโอต่างๆ ใน youtube และเหมือน content ต่างๆ ใน social media ที่ดึงให้ผู้ใช้งานเข้าไปรับชม ซึ่ง adword เหมือน ข้อความโฆษณาของผู้สนับสนุน 

หลายคนเคยได้ยินการทำการตลาดแบบมะม่วงกับถั่วงอกที่เน้นผลแบบชั่วคราวหรือระยะยาว การทำ seo จึงเหมือนมะม่วงปลูกไม้ยืนต้นแบบยังไม่เห็นผลทันทีแต่มีผลระยาว และกินยาวๆ ได้ ด้วย แต่ถ้าจะเอาถั่วงอกประทังชีวิต ในตอนเริ่มก็ใช้ adword จ่ายเงินไปก่อนก็ได้ (ถ้าคุณมีงบโฆษณา) เช่นเดียวกับการทำตลาดใน social media ที่มี content marketing เป็นมะม่วงและ การยิงโฆษณาเป็นถั่วงอก

ความลับที่นักการตลาดออนไลน์แทบทั้ง 100% ไม่รู้ คือ การทำตลาดผ่าน social commerce นั้นไม่มีทางหยุดพักได้ ด้วยความที่ข้อมูลวิ่งเข้ามาใหม่ทุกวินาที ด้วย feed และเพราะ platform social มีโอกาสโดนผู้ให้บริการรายใหม่ distrup ได้ตลอดเวลา หากใครมีระบบการสร้างระบบเครือข่ายที่เป็นที่นิยมมากกว่าในช่วงนั้น แต่ google คือ ที่สุดของผู้ให้บริการด้านข้อมูล เพราะ google อยู่ข้างบนที่มองเห็นทุกข้อมูลจากทุก platform แล้วนำมาแสดงผลต่อผู้ใช้งาน โดยใช้วิธีการแสดงผลหน้านิ่งในคีย์เวิร์ดนั้นๆ แต่ platform ต่างๆ จะเก็บข้อมูลเฉพาะที่ให้บริการ ยกเว้นแต่ บาง platform จะ connect ข้าม platform ได้ (ซึ่ง ณ ขณะนี้ ประเทศจีนกำลังพยายามจะเป็นเจ้าของข้อมูลของโลกแทนอเมริกาให้ได้) เพราะ asset ที่มีมูลค่าสูงที่สุด ในยุคนี้ คือ “ข้อมูล” ซึ่ง ณ ตอนนี้ ผู้ที่เป็นเจ้าของข้อมูลของทั้งโลก นั้นคือ google ซึ่งก็คงจะเป็นแบบนี้ไปอีกนาน จนกว่าจะมีผู้ให้บริการที่ครอบคลุมข้อมูลเหนือกว่า google และไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการรายใดมาแทนที่ google (ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีมั๊ย?)  หลักการทาง seo ที่เน้นผู้ใช้งานเป็นหลักนี้ ก็ยังใช้ได้เป็นอมตะ ในทุกๆ การเปลี่ยนแปลง

 

31 ม.ค 2563 612 ผู้เข้าชม